สภ.นาน้อย โทร : 05 478 9074 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
สภ.นาน้อย
ขอรายงานผลการจับกุม ประจำวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๙ ผู้ต้องหา ๒ ราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม
ผู้ต้องหารายที่ ๑ วันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
ผู้ต้องหา xxxxxxxxx อายุ xxx ปี อยู่บ้านเลขที่ xxx ม.xxx ต.xxxx อ.นาน้อย จว.น่าน
พร้อมของกลาง ๑.อาวุธปืนแก๊ปยาว แบบไทยประดิษฐ์ ไม่มีรอยประทับตราของนายทะเบียน จำนวน ๑ กระบอก
เครื่องกระสุนปืนแก๊ป จำนวน ๑ ชุด
พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุวันนี้ (๓ ม.ค. ๖๙) เวลาประมาณ ๐๗.๒๐ น.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.ชัยนวัฒน์ ก้อนแก้ว พงส.ฯ แจ้งว่า ได้รับแจ้งจาก นายดวงใจ จันทา ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาไค้ ม.๕ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน ว่ามีลูกบ้าน จำนวน ๓ คน คือ ๑.นายติ๊ก จันทร์วงค์ อายุ ๕๕ ปี บ้านเลขที่ ๑๘๑ ม.๕ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน ๒.นายจิตตินันท์ จันทา อายุ ๓๘ ปี บ้านเลขที่ ๑๙๔ ม.๕ ต.บัวใหญ่ฯ และ ๓.นายจุตินันท์ จันทา อายุ ๓๘ ปี บ้านเลขที่ ๑๒๕ ม.๕ ต.บัวใหญ่ฯ ออกล่าสัตว์ป่า ที่ป่าห้วยขะจุ เขตบ้านทัพม่าน ม.๔ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน จากนั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน ๑ คน ด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด คือนายติ๊กฯ หลักจากที่ได้จับแจ้งจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไปตรวจที่เกิดเหตุ และแจ้งแพทย์ รพ.นาน้อย ร่วมตรวจชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นไม้ ในร่องเขา สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวสีกรมพบบาดแผลถูกกระสุนปืนเข้าที่ บริเวณลำคอด้านขวาและท้ายทอย จากการสอบถามนายจุตินันท์ฯ ให้การว่าอาวุธปืนของตนเองได้นำมาล่าสัตว์ที่ป่าห้วยขะจุฯ ตนเองได้นำไปเก็บไว้ที่บ้านของตนเอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวนายจุตินันท์ฯ มายัง ที่บ้านเลขที่ ๑๒๕ ม.๔ ต.บัวใหญ่ฯ เมื่อมาถึงที่บ้านหลังดังกล่าว ได้มีนายประดิษฐ์ จันทา (ซึ่งเป็นบิดาของนายจุตินันท์ฯ) ได้นำอาวุธปืนแก๊ปยาว จำนวน ๑ กระบอก (ของกลางลำดับที่ ๑) พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน ๑ ชุด (ของกลางลำดับที่ ๒) ซึ่งของกลางดังกล่าว อยู่ในกระสอบปุ๋ยสีน้ำเงิน จากการตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าวไม่มีรอยประทับตราจากนายทะเบียนแต่อย่างใด ตรวจพบโดย พ.ต.ต.อภิวิชญ์ ใจจันทร์ สว.สส.สภ.นาน้อยฯ สอบถามนายจุตินันท์ฯ รับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวเป็นของตนเองจริง โดยตนเองไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้แต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัว นายจุตินันท์ฯ พร้อมของกลาง มายัง สภ.นาน้อยฯ เมื่อมาถึง สภ.นาน้อยฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสังเกตเห็น นายจุตินันท์ฯ มีท่าทางพิรุธ ลุกลี้ลุกลน พูดจาวกวน คล้ายกับคนเสพยาเสพติดมาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.โดย เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.โดย พ.ต.ต.อภิวิชญ์ ใจจันทร์ สว.สส.สภ.นาน้อยฯ บัตร ป.ป.ส. เลขที่ ๖๖๐๕๓๐๗ สอบถามนายจุตินันท์ฯ รับว่าตนเองได้เสพยาบ้ามาก่อนจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งความประสงค์ขอทำการตรวจค้นตัว นายจุตินันท์ฯ ยินยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี ก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจ จึงทำการตรวจค้นผลการตรวจค้นตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นได้ขอทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายโดยการตรวจปัสสาวะของ นายจุตินันท์ฯ โดยนายจุตินันท์ฯ สมัครใจและยินยอมให้ตรวจแต่โดยดี ตรวจด้วยชุดทดสอบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะชนิดตลับ ผลการตรวจเบื้องต้นเป็นผลบวก และได้นำตัวอย่างปัสสาวะของ นายจุตินันท์ฯ ไปทำการตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลนาน้อย เพื่อยืนยันผลการตรวจอีกครั้ง โดย นายจุตินันท์ฯ ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำตัวอย่างปัสสาวะไปตรวจยืนยันโดยไม่ติดใจไปกำกับดูแล ผลการตรวจวิเคราะห์โดยวิธีอิมมูโนวิทยา ปรากฏผลเป็นบวก แสดงว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะของ นายจุตินันท์ฯ จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายจุตินันท์ฯ ทราบว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” พร้อมแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ นายจุตินันท์ฯ รับทราบ ข้อกล่าวหาและเข้าใจสิทธิเป็นอย่างดีแล้วให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้บันทึกจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
๗. ซักถามขยายผล -
๘. เบอร์โทรศัพท์ผู้ถูกซัดทอดหรือผู้อยู่เบื้องหลัง –
ผู้ต้องหารายที่ ๒
๑. ว.ด.ป. วันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น.
๒. ข้อหา ๑.มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
๒.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
นายจิตตินันท์ จันทา อายุ ๓๘ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๙๔ ม.๕ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จว.น่าน
จับกุม วันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น.
๖. พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุวันนี้ (๓ ม.ค. ๖๙) เวลาประมาณ ๐๗.๒๐ น.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.ชัยนวัฒน์ ก้อนแก้ว พงส.ฯ แจ้งว่า ได้รับแจ้งจาก นายดวงใจ จันทา ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาไค้ ม.๕ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน ว่ามีลูกบ้าน จำนวน ๓ คน คือ ๑.นายติ๊ก จันทร์วงค์ อายุ ๕๕ ปี บ้านเลขที่ ๑๘๑ ม.๕ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน ๒.นายจิตตินันท์ จันทา อายุ ๓๘ ปี บ้านเลขที่ ๑๙๔ ม.๕ ต.บัวใหญ่ฯ และ ๓.นายจุตินันท์ จันทา อายุ ๓๘ ปี บ้านเลขที่ ๑๒๕ ม.๕ ต.บัวใหญ่ฯ ออกล่าสัตว์ป่า ที่ป่าห้วยขะจุ เขตบ้านทัพม่าน ม.๔ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน จากนั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน ๑ คน ด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด คือนายติ๊กฯ หลักจากที่ได้จับแจ้งจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไปตรวจที่เกิดเหตุ และแจ้งแพทย์ รพ.นาน้อย ร่วมตรวจชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นไม้ ในร่องเขา สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวสีกรมพบบาดแผลถูกกระสุนปืนเข้าที่ บริเวณลำคอด้านขวาและท้ายทอย จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวนายจิตตินันท์ฯ มายัง สภ.นาน้อยฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สังเกตเห็น นายจิตตินันท์ฯ มีท่าทางพิรุธ ลุกลี้ลุกลน พูดจาวกวน คล้ายกับคนเสพยาเสพติดมาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.โดย เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.โดย พ.ต.ต.อภิวิชญ์ ใจจันทร์ สว.สส.สภ.นาน้อยฯ บัตร ป.ป.ส. เลขที่ ๖๖๐๕๓๐๗ สอบถามนายจิตตินันท์ฯ รับว่าตนเองได้เสพยาบ้ามาก่อนจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งความประสงค์ขอทำการตรวจค้นตัว นายจิตตินันท์ฯ ยินยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี ก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจ จึงทำการตรวจค้นผลการตรวจค้นตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นได้ขอทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายโดยการตรวจปัสสาวะของ นายจิตตินันท์ฯ โดยนายจิตตินันท์ฯ สมัครใจและยินยอมให้ตรวจแต่โดยดี ตรวจด้วยชุดทดสอบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะชนิดตลับ ผลการตรวจเบื้องต้นเป็นผลบวก และได้สอบถามถึงอาวุธปืนที่ นายจิตตินันท์ฯ ได้ใช้ในการล่าสัตว์ ที่ป่าห้วยขะจุฯ ให้การว่าอาวุธปืนของตนเองที่ได้นำมาล่าสัตว์ที่นั้น ตนเองได้นำไปเก็บไว้ที่บ้านของตนเอง ต่อมา นายประดิษฐ์ จันทา (ซึ่งเป็นบิดาของนายจิตตินันท์ฯ ) ได้ประสานมายัง ร.ต.อ.สมเจตน์ ใจคำ เพื่อให้นำอาวุธปืนของกลางดังกล่าวมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ สภ.นาน้อยฯ ซึ่งอาวุธปืนของกลางดังกล่าว อยู่ในกระสอบปุ๋ยสีเหลือง จากการตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าว เป็นอาวุธปืนลูกซองยาว แบบไทยประดิษฐ์ จำนวน ๑ กระบอก ไม่มีรอยประทับตราจากนายทะเบียนแต่อย่างใด ตรวจพบโดย พ.ต.ต.อภิวิชญ์ ใจจันทร์ สว.สส.สภ.นาน้อยฯ สอบถามนายจิตตินันท์ฯ รับว่าอาวุธปืนของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง โดยตนเองไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้แต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวอย่างปัสสาวะของ นายจิตตินันท์ฯ ไปทำการตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลนาน้อย เพื่อยืนยันผลการตรวจ อีกครั้ง โดย นายจิตตินันท์ฯ ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำตัวอย่างปัสสาวะไปตรวจยืนยันโดยไม่ติดใจไปกำกับดูแล ผลการตรวจวิเคราะห์โดยวิธีอิมมูโนวิทยา ปรากฏผลเป็นบวก แสดงว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะของ นายจิตตินันท์ฯ จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายจิตตินันท์ฯ ทราบว่า “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” พร้อมแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ นายจิตตินันท์ฯ รับทราบ ข้อกล่าวหาและเข้าใจสิทธิเป็นอย่างดีแล้วให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้บันทึกจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภ.จว.น่าน
สภ.นาน้อย
ขอรายงานผลการจับกุมหมายจับประจำวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙ ผู้ต้องหา ๑ ราย
โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.ถาวร เต็มสวัสดิ์ ผกก.สภ.นาน้อย จว.น่าน , พ.ต.ท.วีฬเวชน์ ร้านชิตวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.นาน้อย จว.น่าน
สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ประกอบด้วย พ.ต.ต.อภิวิชญ์ ใจจันทร์ สว.สส.สภ.นาน้อยฯ พร้อมด้วย ร.ต.อ.โชคอนันต์ ดีสุยา รอง สว.สส.สภ.นาน้อยฯ,ร.ต.ท.ธันวา อุ่นเต็มใจ ,ด.ต.ธนาคาร ธุปะละ ด.ต.อภิสิทธิ์ นันท์ตา ,ส.ต.ท.กฤษณพงศ์ ธีระมูล และ ส.ต.ท.อลงกรณ์ กลัดเล็ก
ผู้ต้องหา
น.ส.สายฝน จันดาเพ็ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหา ตาม
หมายศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.๑๐๖/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๒๔ เดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๖๘ โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกง
ประชาชนและร่วมกันทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือ
บางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน"
สถานที่จับกุม สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์คดี เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า น.ส.สายฝน จันดาเพ็ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหา ตาม
หมายศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.๑๐๖/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๒๔ เดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๖๘ โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกง
ประชาชนและร่วมกันทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือ
บางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ขณะนี้ได้อยู่ที่ สภ.ประตูน้ำ
จุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบเมื่อไป
ถึงพบน.ส.สายฝน จันดาเพิ่ง (ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลัง) ยืนอยู่บริเวณหน้าสถานีตำรวจ สังเกตเห็นตำหนิรูปหนิรูปพรรณตรง
ตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวและบัตรเป็นเจ้าพนักงานตำรวจพร้อมทั้งแสดงหมายจับให้ น.ส.สายฝนฯ ดูและอ่านเองจนเข้าใจ
ดีแล้ว สอบถาม น.ส.สายฝนฯ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริงและยังไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน ตรวจสอบเลข
บัตรประจำตัวประชาชนแล้วพบว่าเป็นบุคคคลเดียวกัน เจ้าพนักงานตำรวจจึงทำการจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตาม
กฎหมายให้ทราบ และจับกุมตัวส่งพนักงานสอบเพื่อดำเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป